วันอังคารที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2568

เรื่องเล่าตำนานหลวงพ่อสาคร ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม แห่งวัดหนองกรับ

เรื่องเล่าตำนานหลวงพ่อสาคร ศิษย์เอกหลวงปู่ทิม แห่งวัดหนองกรับ

วันนี้… ผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับหนึ่งในพระเกจิผู้ยิ่งใหญ่แห่งภาคตะวันออก… ศิษย์เอกของหลวงปู่ทิม อิสริโก… ผู้สืบทอดวิชาอาคม ยันต์ และคาถาอันเข้มขลัง…

ท่านคือ หลวงพ่อสาคร มนุญโญ อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองกรับ จังหวัดระยอง พระเกจิผู้มีทั้งวิชา… เมตตา…ที่ลูกศิษย์ลูกหาต่างศรัทธาไม่เสื่อมคลาย


ชีวประวัติและการสืบทอดวิชา
หลวงพ่อสาคร มนุญโญ… เป็นพระเถระผู้ใฝ่รู้ ใฝ่ศึกษาอย่างแท้จริง ท่านได้แสวงหาความรู้จากครูบาอาจารย์หลายรูป โดยเฉพาะจาก หลวงปู่ทิม อิสริโก แห่งวัดละหารไร่ ผู้เป็นอาจารย์ใหญ่ในสายวิชาอาคมของภาคตะวันออก

หลวงปู่ทิมได้ถ่ายทอดตำราวิชา… ทั้งคาถาอาคม… และการลงอักขระเลขยันต์ให้กับหลวงพ่อสาครไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะ สมุดข่อยโบราณ ที่บันทึกถึงการสักยันต์ และยันต์ต่าง ๆ ก่อนที่หลวงปู่ทิมจะละสังขาร ได้มอบไว้แก่หลวงพ่อสาครให้ดูแลรักษา

สมุดข่อยนี้… ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ใน พิพิธภัณฑ์ยันต์ วัดหนองกรับ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ผู้สนใจศึกษาวิชาอาคมสืบไป


---

การสร้างวัตถุมงคล
หลวงพ่อสาครได้สร้างวัตถุมงคลขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๐๘ มีสองพิมพ์ด้วยกัน
หนึ่ง… พระสมเด็จรัศมี เนื้อผงใบลานเก่าสีดำ
สอง… รูปปั้นหลวงปู่ทิม เนื้อผงใบลานสีดำ  และได้แจกเป็นที่ระลึกครั้งแรกในปี พ.ศ. ๒๕๑๐

ตลอดช่วงชีวิตของท่าน… มีวัตถุมงคลที่ได้รับความนิยมอย่างสูง เช่น
1.เหรียญรูปเหมือน
2.พระขุนแผนพิมพ์ใหญ่ รุ่นแรก ปี พ.ศ. ๒๕๓๐
3.พระขุนแผนผงพรายกุมาร ฝังตะกรุดทองคำ ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ และ ๒๕๔๕
4.เหรียญรูปเหมือนรุ่น ๕๐ พรรษา หลังยันต์ห้า และหลังยันต์นะโภคทรัพย์
5.กริ่งชินบัญชร (หน้าจีน) ปี พ.ศ. ๒๕๓๐
รวมถึงเครื่องราง เช่น ชูชก… ลูกอมผงพรายกุมาร… และตะกรุดนานาชนิด อาทิ ตะกรุดนารายณ์แปลงรูป ตะกรุดเทพนิมิต และตะกรุดฝนแสนห่า


เรื่องเล่าขานต่อกันมา
แม้หลวงพ่อสาครจะไม่ชอบเล่าถึงเรื่องอิทธิปาฏิหาริย์ แต่บรรดาศิษย์ผู้ใกล้ชิดต่างก็ประจักษ์… และเล่าขานต่อกันมา

ครั้งหนึ่ง… เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ หลวงพ่อได้ทำ ตะกรุดเพชรหลีก โดยให้นำตะกรุดทั้งหมดใส่ในบาตร เติมน้ำมนต์จนท่วม แล้วปลุกเสกไปเรื่อย ๆ… หากตะกรุดดอกใดมีพลัง… จะลอยขึ้นเหนือผิวน้ำเอง

พระอาจารย์ประสงค์ วัดคลองน้ำแดง ซึ่งเฝ้าดูอยู่ เล่าว่า… เพียงสิบนาทีหลังการปลุกเสก… ตะกรุดเริ่มลอยขึ้นทีละดอก… จนเต็มบาตรทุกดอก ท่านก็นำออกมาให้บูชา และปรากฏว่ามีผู้ศรัทธาจำนวนมากบูชากลับไป… ต่างเล่าขานปากต่อปาก

อีกครั้งหนึ่ง… เมื่อหลวงพ่อสาครยังพักอยู่ในกุฏิไม้หลังเก่า ท่านได้ปลุกเสก หมูมหาลาภ ปี พ.ศ. ๒๕๓๑… พระที่อยู่กุฏิข้างเคียงเล่าว่า… เกือบทุกคืนมักได้ยินเสียงหมูร้อง อี๊ด ๆ อยู่ในกุฏิของหลวงพ่อ ราวกับมีหมูเป็น ๆ อยู่ในห้องนั้น แต่เมื่อตอนเช้ามาเล่าให้หลวงพ่อฟัง… ท่านกลับยิ้ม… แล้วบอกว่า “แกฝันไปหรอก ไม่มีอะไรหรอก” ก่อนหัวเราะเบา ๆ และไม่พูดถึงอีกเลย

พิธีปลุกเสก ผ้ายันต์ท้าวเวสสุวัณ รุ่นไฟลุก 
ช่วงประมาณปี พ.ศ. ๒๕๔๐ … ที่วัดหนองกรับ ได้เกิดเหตุการณ์ที่ยังคงเล่าขานไม่เสื่อมคลาย

ในพิธีปลุกเสก ผ้ายันต์ท้าวเวสสุวัณ … หลวงพ่อสาครได้นำผ้ายันต์มาวางซ้อนกัน  แล้วลงดินสอเรียกสูตรสนธินาม จากนั้นท่านก็นั่งสมาธิ ปลุกเสกอย่างเคร่งขรึม

ทันใดนั้นเอง… ปรากฏ ดวงไฟสีเขียว ลุกลอยขึ้นเหนือผ้ายันต์ ราวกับเปลวเพลิงที่มีชีวิต  พยานผู้ร่วมพิธีเห็นพร้อมกันหลายคน  เรื่องนี้จึงกลายเป็นที่โจษจันว่าเป็น “รุ่นไฟลุก” 


คำทำนายจากหลวงปู่ทิม
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ ๑๖ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๘ … ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดครบ ๘ รอบของ หลวงปู่ทิม อิสริโก … ท่านได้กล่าวประโยคหนึ่งต่อหน้าศิษยานุศิษย์ว่า

> “ถ้าเราไม่อยู่แล้ว… สาครจะแทนเราได้”

คำกล่าวนี้  ทำให้ลูกศิษย์ทั้งหลายต่างจดจำ เพราะชัดเจนว่า สาคร ที่หลวงปู่ทิมเอ่ยถึง ก็คือ พระครูมนูญธรรมวัตร หรือหลวงพ่อสาคร มนุญโญ  ศิษย์เอกผู้สืบทอดพุทธาคมโดยตรงนั่นเอง


ชีวประวัติและวัยเยาว์
หลวงพ่อสาคร มีนามเดิมว่า สาคร ไพสาลี
เกิดเมื่อวันอังคาร แรม ๙ ค่ำ เดือน ๓ ตรงกับวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๘๑
ณ บ้านท้ายทุ่ง หมู่ ๒ ตำบลหนองกรับ อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นหมู่บ้านเดียวกับบ้านเกิดของหลวงปู่ทิม

โยมบิดาชื่อ นายกุ โยมมารดาชื่อ นางนิด
ท่านมีพี่น้องเพียงสองคน คือ นางอยู่ ไพสาลี และ หลวงพ่อสาคร

ในวัยเด็ก หลวงพ่อสาครศึกษาเล่าเรียนจนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔  เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๙๐ ท่านมักติดตามโยมบิดามารดาไปทำบุญที่วัดละหารไร่อยู่เสมอ

ที่นั่นเอง  ท่านได้พบกับหลวงปู่ทิม  พระผู้สงบ สำรวม ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ  ทั้งยังเป็นหมอยาสมุนไพรผู้รักษาชาวบ้าน  และเป็นปรมาจารย์ด้านคาถาอาคมและเครื่องรางของขลัง

เมื่อโยมบิดามารดานำท่านถวายเป็น ลูกบุญธรรมของหลวงปู่ทิม … หลวงพ่อสาครจึงได้มีโอกาสรับการอบรม  และมาปรนนิบัติรับใช้  นับตั้งแต่อายุ ๑๓ - ๑๔ ปี จนเติบใหญ่


การอุปสมบท
เมื่ออายุครบ ๒๑ ปี โยมมารดาจึงขอให้ท่านบวช  โดยมี หมอเพี้ยน พงษ์ศรี ผู้มีพระคุณต่อครอบครัวเป็นผู้ดำเนินการบวช

วันที่ ๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๐๑ หลวงพ่อสาครได้อุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดหนองกรับ ได้รับฉายา “มนุญโญ” แปลว่า “ผู้มีใจฟูขึ้น” หรือ “ผู้ประเสริฐ”

หลังอุปสมบท  ท่านได้เดินทางไปจำพรรษาที่วัดละหารไร่  ฝากตัวเป็นศิษย์ใกล้ชิดหลวงปู่ทิม  ศึกษาทั้งพระธรรมวินัยและพุทธาคมอย่างจริงจัง  จนแตกฉานในหลายแขนง


การแสวงหาศึกษาวิชาอาคม
ด้วยใจรักในศาสตร์วิชาอาคม หลวงพ่อสาครมิได้เรียนรู้เพียงจากหลวงปู่ทิมเท่านั้น  แต่ยังเดินทางไปศึกษาจากครูบาอาจารย์หลายรูป

จาก หลวงพ่อเพ่ง สาสโน วัดละหารใหญ่ ผู้เคยเป็นมหาดเล็กในเสด็จเตี่ย และสืบวิชาจาก หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า

จาก หลวงปู่หิน วัดหนองสนม แห่งเมืองระยอง

และจาก หลวงปู่โสม วัดบ้านช่อง จังหวัดชลบุรี ผู้มีวิชาอาคมแก่กล้า

การแสวงหาความรู้เช่นนี้  ทำให้หลวงพ่อสาครก้าวขึ้นมาเป็นพระเกจิผู้เปี่ยมวิชา และได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในเวลาต่อมา

หลวงพ่อสาคร มนุญโญ … ไม่เพียงแต่เป็นพระเกจิผู้สร้างตำนานวัตถุมงคลและเรื่องเล่าขานมากประสบการณ์ … แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งความศรัทธา …และเป็นศิษย์เอกผู้สืบสายวิชาจากหลวงปู่ทิมโดยแท้จริง

ทุกถ้อยคำ  ทุกเรื่องเล่า  ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า หลวงพ่อสาคร คือหนึ่งในพระเกจิผู้ยิ่งใหญ่แห่งภาคตะวันออก ที่แม้ท่านจะละสังขารไปแล้ว แต่ศรัทธาและตำนานของท่านยังคงส่องแสงอยู่ในหัวใจของผู้ศรัทธามิรู้เลือน



0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น