หลวงพ่อเกษม เขมโก... “ผู้มีเมตตาแห่งลำปาง” เรื่องเล่าจากปากรองผู้ว่าฯ ไฟคลอกแต่รอดอย่างอัศจรรย์
สวัสดีครับ...
วันนี้ผมจะพาทุกท่านเดินทางไปยังเมืองลำปางเมืองเล็ก ๆ แห่งล้านนา ที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของวัฒนธรรมเก่าแก่และยังคงเก็บงำเรื่องราวแห่ง “ศรัทธาอันยิ่งใหญ่”เรื่องราวของพระผู้มีเมตตา...ผู้ละกิเลส ปลีกวิเวก และอุทิศชีวิตเพื่อธรรมะ ท่านผู้นั้นคือ... หลวงพ่อเกษม เขมโก
หากเอ่ยถึง “สำนักสุสานไตรลักษณ์”สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณชานเมืองลำปางตามเส้นทางสายลำปาง – แจ้ห่ม ระยะทางราวหนึ่งกิโลเมตรจากตัวเมือง
เมื่อรถแล่นเข้าใกล้...สิ่งแรกที่สะดุดตา คือ รูปปั้นหลวงพ่อเกษมขนาดใหญ่ประดิษฐานอย่างสง่างาม มองเห็นได้แต่ไกลจากถนนเสมือนเป็นดั่งสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับผู้แสวงบุญทันทีที่ก้าวเข้าสู่บริเวณสำนักสุสานไตรลักษณ์ความรู้สึกสงบเย็นก็แผ่ซ่านเข้ามาในใจ
เสียงลมพัดเบา ๆ ผ่านยอดไม้ใหญ่แสงแดดยามเช้าส่องกระทบยอดมณฑปสีทองอร่ามสะท้อนแสงระยิบระยับราวกับแสงธรรมที่ยังคงเปล่งประกายอยู่ไม่สิ้นสุด
บริเวณใจกลางของสำนักตั้งอยู่ของมณฑปทรงไทยประยุกต์ งดงามและสงบสง่า ภายในมี หุ่นขี้ผึ้งหลวงพ่อเกษม เขมโก ขนาดเท่ารูปจริง นั่งขัดสมาธิอย่างสงบ ใบหน้ามีรอยยิ้มบาง ๆ แฝงความเมตตา
เป็นภาพที่ทำให้ผู้มากราบรู้สึกเหมือนหลวงพ่อยังคงนั่งอยู่ตรงนั้น ยังคงมองดูลูกศิษย์ด้วยความเมตตาไม่เสื่อมคลายถัดจากมณฑปเล็กน้อย คือ กุฏิของหลวงพ่อเกษมสถานที่ซึ่งท่านเคยจำพรรษา ปฏิบัติธรรม และรับแขกผู้มากราบทุกสิ่งถูกเก็บรักษาไว้อย่างเรียบง่าย ตามแบบฉบับของพระผู้ละกิเลส
สิ่งที่ถือเป็นหัวใจสำคัญของสำนักแห่งนี้คือ “ร่างสังขารของหลวงพ่อเกษม”ซึ่งถูกเก็บรักษาไว้ใน โลงแก้วใส ภายในห้องกระจกของมณฑป
แม้กาลเวลาจะผ่านไปหลายสิบปี...แต่สังขารของท่านกลับ ไม่เน่าเปื่อย ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่ในสภาพสงบ นิ่ง และเปี่ยมด้วยพลังศรัทธา จนถึงวันนี้ก็ยังไม่มีการกำหนดวันพระราชทานเพลิงศพแต่อย่างใด
ผู้คนมากมายจากทั่วสารทิศ ทั้งชาวไทยและต่างชาติต่างหลั่งไหลมาสักการะ เพื่อขอพรและน้อมรำลึกถึงพระคุณของท่าน บางคนมากราบเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตบางคนมานั่งวิปัสสนา นั่งสมาธิในบริเวณอันสงบเย็นนี้ราวกับได้สัมผัสถึงพลังแห่งธรรมที่แผ่วผ่านทุกอณูของอากา
นอกจากศรัทธาที่ผู้คนหลั่งไหลมาสักการะไม่ขาดสายแล้วสิ่งที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กันคือ “พระเครื่องของหลวงพ่อเกษม”
พระเครื่องทุกองค์ที่ท่านปลุกเสก เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาทั่วประเทศไม่เพียงแต่ในหมู่คนไทยเท่านั้น แม้แต่ชาวต่างชาติ ก็ยังตามหามาเพื่อบูชา
เพราะเชื่อกันว่า วัตถุมงคลของท่านมี พุทธคุณด้านเมตตามหานิยม แคล้วคลาดจากภัยอันตราย ค้าขายดี เจรจาราบรื่น และเป็นสิริมงคลในทุกด้านของชีวิต
พ่อค้าแม่ค้าหลายคนในลำปาง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า...ตั้งแต่มีพระของหลวงพ่อไว้บูชาชีวิตเหมือนมีแสงนำทาง...ค้าขายไม่สะดุด เหมือนมีพลังใจที่มองไม่เห็นคอยคุ้มครองอยู่เสมอ
หลวงพ่อเกษม เขมโก หรือ “เจ้าเกษม ณ ลำปาง” ในชาติก่อนบวช เป็นพระสายวิปัสสนากรรมฐานที่ยึดมั่นในธุดงควัตร ปลีกวิเวก อยู่ในสมถะเรียบง่าย
ท่านเป็นพระเถระที่ชาวลำปางและพุทธศาสนิกชนทั่วประเทศเคารพศรัทธาอย่างสูง
เพราะไม่เพียงแต่ท่านมีวัตรปฏิบัติอันงดงาม แต่ยังมีเมตตาธรรมแก่ทุกผู้คนที่เข้าใกล้
แม้เวลาจะผ่านไปหลายสิบปี ชื่อของ “หลวงพ่อเกษม” ก็ยังคงเป็นที่กล่าวขาน ทั้งในเรื่องของเมตตา ธรรมะ และพุทธคุณแห่งวัตถุมงคลที่ท่านได้ปลุกเสก
มีคำกล่าวหนึ่งจาก “คุณสุวรรณ กล่าวสุนทร” ขณะดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ท่านได้เอ่ยไว้ว่า...
> “พระเครื่องที่ผมแขวนมีหลายองค์ แต่ที่ขาดคอไม่ได้เลย คือพระของหลวงพ่อเกษม...ไม่ว่าจะรุ่นไหน ถ้าเป็นพระที่ท่านปลุกเสก ถือว่าใช้ได้เหมือนกันหมดไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นดังหรือราคาแพง เพราะพุทธคุณของท่านเท่าเทียมกันทุกองค์...”
คุณสุวรรณยังเล่าว่า...นอกจากแขวนพระแล้ว ยังมี “รูปภาพและฟันของหลวงพ่อ” ซึ่งได้มาจากลูกศิษย์ใกล้ชิดของท่านของสิ่งนี้...ท่านเก็บไว้ด้วยความเคารพยิ่ง
และแล้ว...เหตุการณ์หนึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ก็เกิดขึ้น ครั้งนั้นคุณสุวรรณดำรงตำแหน่ง “นายอำเภอเมืองลำปาง”ได้ออกไปตรวจพื้นที่และจับไม้เถื่อน เมื่อพบไม้จำนวนมากที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้หมดจึงมีความจำเป็นต้องเผาทำลาย
แต่แล้ว...ขณะราดน้ำมันเบนซินลงบนกองไม้ ด้วยความประมาท...ไฟได้ลุกพรึ่บขึ้นทันที ราวกับระเบิด! เปลวเพลิงพุ่งสูงขึ้นจนคล้ายถังแก๊สระเบิด คุณสุวรรณยกมือขึ้นป้องหน้า แล้วร้องออกมาสุดเสียงว่า...
> “หลวงพ่อช่วยลูกด้วย!”
ไฟลุกท่วมตัวแขน หน้าอก ถูกเปลวไฟลวกจนผิวหนังไหม้เกรียมในขณะนั้นข่าวลือก็แพร่สะพัดไปทั่วว่า...
“รองผู้ว่าฯ ลำปาง ถูกไฟคลอกเสียชีวิต”
แต่แท้จริง...ท่านยังมีลมหายใจอยู่ และต้องเดินเท้าฝ่าป่าเป็นเวลาหลายชั่วโมงกว่าจะถึงถนนใหญ่ ก่อนถูกนำส่งโรงพยาบาลรักษาตัวอยู่ในห้องปลอดเชื้อกว่า 7–8 วัน ทุกวัน...แพทย์ต้องตัดผิวหนังที่เสียหายออก จนถึงวันที่หมอแจ้งว่าอาจต้องผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อซ่อมผิวหนังที่ไหม้ เพื่อไม่ให้เกิดรอยแผลเป็นอัปลักษณ์
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น...คือเรื่องที่ผู้คนยังพูดถึงมาจนวันนี้ เมื่อคุณสุวรรณออกจากโรงพยาบาล สิ่งแรกที่ท่านทำ คือ “เดินทางไปกราบหลวงพ่อเกษม” พร้อมกล่าวกับท่านว่า...
> “หลวงพ่อครับ...ช่วยเป่าให้ลูกหน่อย ขออย่าให้เป็นแผลเป็นเลย”
หลวงพ่อเกษมไม่ตอบอะไร เพียงเพ่งมองอย่างสงบแล้วเป่าลงบนร่างของท่านหนึ่งครั้ง...เท่านั้นเอง ไม่นานหลังจากนั้น — ผ่านไปเพียงเดือนเดียว สิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็เกิดขึ้นจริง...
ผิวหนังที่ไหม้จนหมอบอกว่าคงเป็นแผลเป็นไปตลอดชีวิต กลับหายเรียบเนียน...ไม่มีแม้รอยแผล คุณสุวรรณกล่าวด้วยความซาบซึ้งว่า...
> “พุทธคุณของหลวงพ่อเกษม ไม่ใช่เรื่องเล่าหรือข่าวลือแต่เป็นสิ่งที่ผมสัมผัสได้ด้วยตัวเอง...”
เรื่องราวนี้ไม่ใช่เพียงตำนาน แต่คือความศรัทธาที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น เป็นเครื่องเตือนใจว่า...
“ศรัทธาในคุณความดี ย่อมเป็นพลังแห่งปาฏิหาริย์ที่แท้จริง
🙏 ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามรับชม
หากเรื่องราวนี้สร้างแรงบันดาลใจ หรือเติมศรัทธาให้หัวใจของท่านได้ โปรดกดไลค์ กดแชร์ และกดติดตาม เพื่อร่วมเดินทางไปในเส้นทางแห่งศรัทธาและธรรมะ กับเรื่องเล่าดี ๆ จากตำนานพระเกจิทั่วแผ่นดินไทย
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น